ทำไมมัทฉะถึงมาแรง!? หรือเป็นกระแสที่มาแล้วก็ไป?

ทำไมมัทฉะถึงมาแรง หรือเป็นเพียงกระแสที่มาแล้วก็ไป?

มัทฉะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากเมนูดั้งเดิมในวัฒนธรรมการดื่มชาของญี่ปุ่น สู่เครื่องดื่มยอดนิยมในคาเฟ่ รวมถึงการนำไปพัฒนาเป็นขนม อาหารเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ความนิยมของมัทฉะไม่ได้เกิดจากสีเขียวที่โดดเด่นหรือรสชาติเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังมาจากกระแสการดูแลสุขภาพ ความต้องการเครื่องดื่มทางเลือกแทนกาแฟ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองหาส่วนผสมจากธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม มัทฉะจะเป็นเทรนด์ที่เติบโตต่อเนื่อง หรือเป็นเพียงกระแสชั่วคราว บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักมัทฉะให้มากขึ้น พร้อมวิเคราะห์โอกาสสำหรับผู้ที่สนใจนำมัทฉะไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือสร้างแบรนด์ของตัวเอง

มัทฉะคืออะไร?

มัทฉะ (Matcha) คือชาเขียวชนิดผงที่ผลิตจากใบชา Camellia sinensis โดยต้นชาจะถูกบังแสงในช่วงหนึ่งก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อส่งเสริมการสะสมของสารบางชนิดในใบชา เช่น คลอโรฟิลล์ แอล-ธีอะนีน คาเฟอีน และสารในกลุ่มแคทีชิน

หลังจากเก็บเกี่ยว ใบชาจะผ่านกระบวนการนึ่ง ทำให้แห้ง แยกก้านและเส้นใบออก ก่อนบดอย่างละเอียดจนกลายเป็นผงมัทฉะ เมื่อชงดื่มจึงเป็นการบริโภคผงใบชาทั้งหมด ไม่ได้แช่ใบชาแล้วกรองออกเหมือนชาเขียวทั่วไป

มัทฉะจึงมีรสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัส และปริมาณสารประกอบตามธรรมชาติแตกต่างจากชาเขียวชงทั่วไป โดยคุณภาพของมัทฉะยังขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ แหล่งเพาะปลูก ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว กระบวนการผลิต และวิธีเก็บรักษา

มัทฉะกับชาเขียวทั่วไปต่างกันอย่างไร?

แม้มัทฉะและชาเขียวทั่วไปจะผลิตจากต้นชาชนิดเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันในด้านการเพาะปลูก การผลิต และวิธีบริโภค

หัวข้อเปรียบเทียบ มัทฉะ ชาเขียวทั่วไป
ลักษณะผลิตภัณฑ์ ใบชาบดละเอียดเป็นผง ใบชาแบบแห้งหรือบรรจุซอง
วิธีชง ตีผงชาให้กระจายในน้ำ แช่ใบชาในน้ำแล้วกรองออก
ส่วนที่บริโภค บริโภคผงใบชาทั้งหมด ดื่มเฉพาะน้ำที่สกัดจากใบชา
รสชาติ เข้มข้น มีรสอูมามิและขมเล็กน้อย รสชาติขึ้นอยู่กับชนิดและระยะเวลาชง
คาเฟอีน ปริมาณขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณผงที่ใช้ ขึ้นอยู่กับชนิดชา ปริมาณใบชาและเวลาชง
การนำไปใช้ เครื่องดื่ม ขนม อาหาร และอาหารเสริม นิยมชงเป็นเครื่องดื่ม

จุดเด่นของมัทฉะคือ ผู้บริโภครับประทานใบชาในรูปผงทั้งหมด จึงได้รับสารประกอบจากใบชามากกว่าการดื่มเฉพาะน้ำชาในบางกรณี แต่ปริมาณสารที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับปริมาณมัทฉะที่ใช้และคุณภาพของผลิตภัณฑ์

มัทฉะมีสารสำคัญอะไรบ้าง?

แคทีชินและ EGCG

มัทฉะมีสารในกลุ่มโพลีฟีนอล โดยเฉพาะแคทีชิน เช่น Epigallocatechin Gallate หรือ EGCG ซึ่งเป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่ได้รับความสนใจเกี่ยวกับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่ามัทฉะสามารถรักษาโรค ลดน้ำหนัก หรือป้องกันความเจ็บป่วยได้โดยตรง เนื่องจากผลลัพธ์ด้านสุขภาพขึ้นอยู่กับปริมาณที่บริโภค พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยเฉพาะบุคคล หลักฐานของชาเขียวต่อภาวะสุขภาพหลายด้านยังให้ผลแตกต่างกันและต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

แอล-ธีอะนีน

แอล-ธีอะนีน (L-Theanine) เป็นกรดอะมิโนที่พบในใบชา มีส่วนเกี่ยวข้องกับรสอูมามิของมัทฉะ และได้รับความสนใจจากงานวิจัยเกี่ยวกับความผ่อนคลาย ความสนใจ และการทำงานด้านการรับรู้

การศึกษาบางส่วนพบว่า การได้รับแอล-ธีอะนีนร่วมกับคาเฟอีนอาจช่วยสนับสนุนสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานบางประเภท แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และไม่ควรใช้แทนการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

คาเฟอีน

มัทฉะมีคาเฟอีนตามธรรมชาติ ปริมาณที่ได้รับขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ คุณภาพผงชา ปริมาณที่ใช้ และวิธีชง

แม้มัทฉะมักถูกนำเสนอว่าให้ความรู้สึกตื่นตัวอย่างต่อเนื่องกว่ากาแฟ แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่ทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือเกิดความกระวนกระวายในทุกคน เพราะแต่ละคนตอบสนองต่อคาเฟอีนไม่เหมือนกัน

ทำไมมัทฉะถึงมาแรง?

เทรนด์ดูแลสุขภาพเติบโตขึ้น

ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และมองหาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ มัทฉะจึงถูกเลือกให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก โดยเฉพาะเมนูที่สามารถปรับระดับความหวาน เลือกชนิดของนม หรือดื่มแบบไม่เติมน้ำตาลได้

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับขึ้นอยู่กับสูตรของเครื่องดื่มด้วย หากเติมน้ำตาล ไซรัป ครีม หรือนมข้นในปริมาณมาก เครื่องดื่มมัทฉะอาจให้พลังงานและน้ำตาลสูงกว่าที่คาดไว้

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดการดื่มกาแฟ

มัทฉะมีคาเฟอีนและแอล-ธีอะนีน จึงได้รับความนิยมในกลุ่มคนทำงาน นักเรียน และผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มช่วยเพิ่มความตื่นตัว แต่ต้องการรสชาติหรือประสบการณ์ที่แตกต่างจากกาแฟ

แม้มัทฉะหนึ่งแก้วอาจมีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟบางชนิด แต่ไม่ใช่กฎตายตัว เพราะปริมาณคาเฟอีนขึ้นอยู่กับสูตร ปริมาณผงมัทฉะ และขนาดแก้ว

ตอบโจทย์วัฒนธรรมคาเฟ่และโซเชียลมีเดีย

สีเขียวของมัทฉะช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับเครื่องดื่ม ขนม และภาพถ่ายบนโซเชียลมีเดีย ร้านคาเฟ่จึงสามารถนำมัทฉะไปต่อยอดเป็นเมนูได้หลากหลาย เช่น

  • มัทฉะลาเต้
  • มัทฉะมะพร้าว
  • มัทฉะสตรอว์เบอร์รี
  • มัทฉะยูซุ
  • มัทฉะโทนิก
  • ไอศกรีมมัทฉะ
  • เบเกอรีมัทฉะ

ความหลากหลายนี้ช่วยให้มัทฉะเข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่าเครื่องดื่มชาแบบดั้งเดิม

เชื่อมโยงได้ทั้งสุขภาพ ความงาม และไลฟ์สไตล์

มัทฉะสามารถนำเสนอได้หลายมุม ทั้งการเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติ เครื่องดื่มสำหรับคนทำงาน วัตถุดิบสำหรับคาเฟ่ หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม

ความยืดหยุ่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้มัทฉะไม่ได้จำกัดอยู่ในตลาดชาเพียงอย่างเดียว

มัทฉะกับกาแฟ ดื่มอะไรดีกว่า?

มัทฉะและกาแฟต่างมีคาเฟอีน แต่มีรสชาติ สารประกอบ และรูปแบบการบริโภคแตกต่างกัน จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเครื่องดื่มชนิดใดดีกว่าสำหรับทุกคน

หัวข้อ มัทฉะ กาแฟ
สารให้ความตื่นตัว คาเฟอีน คาเฟอีน
สารประกอบเด่น แคทีชินและแอล-ธีอะนีน กรดคลอโรจีนิกและสารประกอบจากกาแฟ
รสชาติ หอมชา มีรสขมและอูมามิ กลิ่นคั่ว มีรสขมและเปรี้ยวตามชนิดเมล็ด
ปริมาณคาเฟอีน ขึ้นอยู่กับปริมาณผงมัทฉะ ขึ้นอยู่กับเมล็ด วิธีชงและขนาดแก้ว
ผู้ที่เหมาะสม ผู้ที่ชอบชาและต้องการทางเลือกจากกาแฟ ผู้ที่ชอบรสและกลิ่นของกาแฟ

ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนควรสังเกตการตอบสนองของร่างกาย ไม่ว่าจะเลือกดื่มมัทฉะหรือกาแฟ และควรหลีกเลี่ยงการดื่มใกล้เวลาเข้านอน

ดื่มมัทฉะทุกวันได้ไหม?

คนทั่วไปสามารถดื่มมัทฉะได้เป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสม แต่ควรพิจารณาปริมาณคาเฟอีนรวมจากอาหารและเครื่องดื่มชนิดอื่นตลอดทั้งวันด้วย

หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรประบุว่า สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่ คาเฟอีนจากทุกแหล่งไม่เกินประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวันโดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัย ขณะที่หญิงตั้งครรภ์ควรจำกัดคาเฟอีนรวมไม่เกินประมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตาม ความไวต่อคาเฟอีนแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ผู้ที่มีอาการใจสั่น นอนไม่หลับ วิตกกังวล กรดไหลย้อน หรือใช้ยาบางชนิด ควรลดปริมาณหรือปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนดื่มเป็นประจำ

วิธีเลือกมัทฉะให้เหมาะกับการใช้งาน

มัทฉะแต่ละชนิดมีคุณภาพ รสชาติ สี และราคาแตกต่างกัน การเลือกจึงควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ในการใช้งาน

มัทฉะสำหรับชงดื่ม

ควรเลือกมัทฉะที่มีกลิ่นสด สีเขียวตามธรรมชาติ เนื้อผงละเอียด และมีข้อมูลแหล่งผลิตชัดเจน เหมาะสำหรับชงกับน้ำหรือทำมัทฉะลาเต้

มัทฉะสำหรับทำขนมหรืออาหาร

สามารถเลือกมัทฉะที่มีรสเข้มและทนต่อการผสมกับส่วนประกอบอื่น เช่น นม เนย แป้ง หรือน้ำตาล เพื่อให้ยังคงกลิ่นและรสของชาไว้ได้

มัทฉะสำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์

ผู้ประกอบการควรพิจารณามากกว่ารสชาติและสี เช่น

  • แหล่งที่มาของวัตถุดิบ
  • ใบรับรองคุณภาพ
  • ผลตรวจวิเคราะห์สารสำคัญ
  • ผลตรวจจุลินทรีย์และโลหะหนัก
  • ความคงตัวของสีและกลิ่น
  • ความสามารถในการละลายหรือกระจายตัว
  • ปริมาณคาเฟอีน
  • ความเหมาะสมกับรูปแบบผลิตภัณฑ์
  • ต้นทุนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

มัทฉะเป็นกระแสชั่วคราวหรือจะอยู่ได้ในระยะยาว?

มัทฉะอาจมีช่วงที่ได้รับความนิยมสูงจากกระแสคาเฟ่และโซเชียลมีเดีย แต่พื้นฐานของมัทฉะแตกต่างจากสินค้าตามกระแสทั่วไป เนื่องจากมีประวัติการบริโภคมายาวนาน สามารถใช้ได้ทั้งในเครื่องดื่ม อาหาร ขนม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ปัจจัยที่สนับสนุนให้มัทฉะมีโอกาสอยู่ในตลาดระยะยาว ได้แก่

  • ผู้บริโภคสนใจเครื่องดื่มทางเลือกมากขึ้น
  • สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายรูปแบบ
  • เชื่อมโยงกับตลาดสุขภาพและไลฟ์สไตล์ได้
  • มีรสชาติและภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากชาเขียวทั่วไป
  • ร้านค้าและแบรนด์สามารถสร้างเมนูใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์มัทฉะทุกชนิดจะประสบความสำเร็จ แบรนด์ยังต้องแข่งขันด้านคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติ ราคา ความน่าเชื่อถือ และความแตกต่างของสินค้า

กล่าวได้ว่า กระแสของมัทฉะอาจขึ้นลงตามช่วงเวลา แต่มัทฉะในฐานะวัตถุดิบมีโอกาสอยู่ในตลาดได้ระยะยาว

โอกาสสร้างแบรนด์อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์จากมัทฉะ

มัทฉะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเครื่องดื่มในคาเฟ่ แต่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายรูปแบบ เช่น

  • ผงมัทฉะชงดื่ม
  • เครื่องดื่มมัทฉะสำเร็จรูป
  • ผลิตภัณฑ์แบบซอง
  • เครื่องดื่มให้พลังงานจากชา
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากชาเขียว
  • ผลิตภัณฑ์ผสมวิตามิน แร่ธาตุ หรือใยอาหาร
  • ผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มคนทำงานและผู้ที่ออกกำลังกาย
  • ขนมและอาหารฟังก์ชัน

มัทฉะสำหรับกลุ่มผู้ต้องการความตื่นตัว

ผลิตภัณฑ์อาจเน้นจุดขายด้านความสะดวก รสชาติ และการมีคาเฟอีนตามธรรมชาติ แต่ควรระบุปริมาณคาเฟอีนอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงคำกล่าวอ้างว่าจะทำให้มีสมาธิหรือไม่เกิดผลข้างเคียงในทุกคน

มัทฉะสำหรับกลุ่มสุขภาพและความงาม

สามารถพัฒนาสูตรที่มีมัทฉะหรือสารประกอบจากชาเขียวร่วมกับส่วนผสมอื่น แต่การสื่อสารควรอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ ไม่กล่าวอ้างว่ารักษาโรค ชะลอวัย ลดการอักเสบ หรือลดน้ำหนักโดยไม่มีหลักฐานรองรับ

มัทฉะสำหรับกลุ่มควบคุมน้ำหนัก

แม้สารแคทีชินและคาเฟอีนจากชาเขียวได้รับการศึกษาเกี่ยวกับการเผาผลาญพลังงานและการควบคุมน้ำหนัก แต่ผลที่พบในมนุษย์มีขนาดจำกัดและแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำเสนอมัทฉะว่าเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักโดยตรง

ผลิตภัณฑ์ควรเน้นบทบาทในการเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกาย

สิ่งที่ควรวางแผนก่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์มัทฉะ

ก่อนสร้างแบรนด์ ควรกำหนดแนวคิดผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน โดยตอบคำถามต่อไปนี้

  • ต้องการขายให้กลุ่มเป้าหมายใด
  • สินค้าแตกต่างจากมัทฉะทั่วไปอย่างไร
  • ต้องการใช้มัทฉะแท้ ผงชาเขียว หรือสารสกัดชาเขียว
  • ต้องการผลิตในรูปแบบผง ซอง แคปซูล หรือเครื่องดื่ม
  • ต้องการควบคุมคาเฟอีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภคเท่าใด
  • สูตรมีน้ำตาลหรือสารให้ความหวานหรือไม่
  • ต้องการสื่อสารจุดขายด้านใด
  • วัตถุดิบมีเอกสารและผลตรวจสอบครบถ้วนหรือไม่
  • คำโฆษณาและฉลากสอดคล้องกับข้อกำหนดหรือไม่
  • ต้นทุนต่อชิ้นเหมาะกับราคาขายหรือไม่

การกำหนดคำตอบเหล่านี้ก่อนเริ่มผลิต จะช่วยให้โรงงานสามารถพัฒนาสูตรได้ตรงกับเป้าหมายของแบรนด์มากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับมัทฉะ

มัทฉะกับชาเขียวเหมือนกันหรือไม่?

มัทฉะเป็นชาเขียวชนิดหนึ่ง แต่มีวิธีเพาะปลูก ผลิต และบริโภคแตกต่างจากชาเขียวชงทั่วไป มัทฉะถูกบดเป็นผงละเอียดและบริโภคใบชาทั้งหมด ส่วนชาเขียวทั่วไปมักแช่ใบชาในน้ำแล้วกรองออก

มัทฉะมีคาเฟอีนหรือไม่?

มัทฉะมีคาเฟอีนตามธรรมชาติ ปริมาณแตกต่างกันตามชนิดของมัทฉะ ปริมาณผงที่ใช้ และขนาดเครื่องดื่ม ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนควรเริ่มจากปริมาณน้อยและหลีกเลี่ยงการดื่มช่วงเย็นหรือก่อนนอน

มัทฉะให้พลังงานดีกว่ากาแฟหรือไม่?

ทั้งมัทฉะและกาแฟมีคาเฟอีน จึงช่วยเพิ่มความตื่นตัวได้ แต่ความรู้สึกหลังดื่มแตกต่างกันในแต่ละคน มัทฉะยังมีแอล-ธีอะนีน ซึ่งอาจทำงานร่วมกับคาเฟอีนในด้านความสนใจและการรับรู้บางส่วน แต่ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ได้เหมือนกันทุกคน

สนใจปรึกษา รับผลิตอาหารเสริม ครบวงจร
ติดต่อได้ที่ โรงงานผลิตอาหารเสริม BEYOND LABORATORY
โทร : 063-247-8997
Line : https://line.me/ti/p/~@BeyondLab
Facebook : https://www.facebook.com/BeyondLab1/

 Facebook-icon line youtube tiktok instagram

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

โรงงานผลิตอาหารเสริมครบวงจร สร้างแบรนด์ที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง
บริษัท บียอนด์ แล็บโบราโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด
เป็น โรงงานผลิตอาหารเสริม ชั้นนำที่พร้อมให้บริการบริษัทผลิตอาหารเสริมของเรา ครอบคลุมการสร้างแบรนด์อาหารเสริม ครบวงจร ทำแบรนด์อาหารเสริม ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เราเชี่ยวชาญในกลุ่ม อาหารเสริมดีท็อกซ์,อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ, อาหารเสริมลดน้ำหนัก,อาหารเสริมผิวขาวและรับผลิตคอลลาเจน พร้อมทีมงานมืออาชีพที่ช่วยวางกลยุทธ์แบรนด์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากลและเครื่องจักรที่ทันสมัย Beyond Lab มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สร้างแบรนด์ของคุณให้ประสบความสำเร็จ

บริษัท บียอนด์ แล็บโบราโทรี่(ประเทศไทย) จํากัด
555/121 บีอเวนิว วัชรพล ถนน สุขาภิบาล 5 แขวง ออเงิน
เขต สายไหม กรุงเทพฯ 10220

Line ID: @BEYONDLAB

 

ติดต่อเราวันนี้ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ Click!
 Facebook-icon line youtube tiktok instagram

โรงงานผลิตอาหารเสริมครบวงจร สร้างแบรนด์ที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง
บริษัท บียอนด์ แล็บโบราโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด
เป็น โรงงานผลิตอาหารเสริม ชั้นนำที่พร้อมให้บริการ
บริษัทผลิตอาหารเสริมของเรา ครอบคลุมการสร้าง
แบรนด์อาหารเสริม
ครบวงจร ทำแบรนด์อาหารเสริม ที่มี
เอกลักษณ์เฉพาะตัว เราเชี่ยวชาญในกลุ่ม อาหารเสริม
ดีท็อกซ์,อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ, อาหารเสริมลดน้ำหนัก,
อาหารเสริมผิวขาวและรับผลิตคอลลาเจน พร้อมทีมงาน
มืออาชีพที่ช่วยวางกลยุทธ์แบรนด์ให้ตรงตามความ
ต้องการของตลาด ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากลและเครื่องจักรที่ทันสมัย Beyond Lab มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สร้างแบรนด์ของคุณให้ประสบความสำเร็จ

บริษัท บียอนด์ แล็บโบราโทรี่(ประเทศไทย) จํากัด
555/121 บีอเวนิว วัชรพล ถนน สุขาภิบาล 5 แขวง ออเงิน
เขต สายไหม กรุงเทพฯ 10220