
7 สเตปปั้นธุรกิจอาหารเสริมสำหรับมือใหม่ เริ่มต้นอย่างไรให้ปัง
การที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารเสริมในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะทำให้แบรนด์ของเราอยู่รอด และเติบโตท่ามกลางคู่แข่งมหาศาลนั้นต้องเริ่มต้นให้ถูกจุด ซึ่งหลายคนมักจะไปโฟกัสที่การตลาดก่อน ทั้งที่จริง ๆ แล้วพื้นฐานสำคัญคือการหาช่องว่างในตลาด และการเลือกพาร์ทเนอร์โรงงานที่มีมาตรฐานเพื่อรองรับความปลอดภัยของสินค้า บทความนี้ เราจะมาแนะนำ 7 ขั้นตอนเริ่มต้นธุรกิจอาหารเสริมสำหรับมือใหม่ มีอะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนลงสนามจริง เพื่อให้แบรนด์ของคุณเริ่มต้นได้อย่างมืออาชีพ และมั่นคง
ทำความเข้าใจพื้นฐานของธุรกิจอาหารเสริม
ธุรกิจอาหารเสริม คือธุรกิจที่ทำการผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ สมุนไพร หรือสารสกัดจากธรรมชาติ โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะต้องไม่ใช่ยา และต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) โดยอาหารเสริมประเภทที่นิยมทำตลาด และทำกำไรได้ดีในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
4 ประเภทของอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมสูงในตลาด
- ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกลุ่มดูแลรูปร่าง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการคุมหิว เร่งการเผาผลาญ หรือดีท็อกซ์ลำไส้ ซึ่งยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน
- ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกลุ่มงานผิว เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เน้นความขาวกระจ่างใส ลดสิว และชะลอวัย ซึ่งเป็นกลุ่มอาหารเสริมที่ลูกค้าซื้อซ้ำบ่อย ๆ
- ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกลุ่มเฉพาะทาง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เน้นบำรุงสมอง สายตา หรือบำรุงข้อต่อ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มคนทำงาน และผู้สูงอายุ
- ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกลุ่มเสริมสมรรถภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เน้นเพิ่มพลังงานสำหรับนักกีฬา หรือผู้ที่ชอบออกกำลังกาย
7 ขั้นตอน เริ่มต้นธุรกิจอาหารเสริมสำหรับมือใหม่
1. สำรวจตลาดเพื่อหา Pain Point ให้เจอ
การที่จะรู้ว่าธุรกิจอาหารเสริมของเราต้องขายให้กับใคร เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการทำธุรกิจ โดยเราจะต้องสวมวิญญาณนักสืบวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าให้ขาด เช่น กลุ่มคนวัยทำงานที่ดวงตาอยู่กับคอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือแม่บ้านที่อยากหุ่นดีแต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ยิ่งเข้าใจปัญหาของกลุ่มเป้าหมายชัดเท่าไหร่ สินค้าก็จะยิ่งขายได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
2. ร่างแผนธุรกิจให้เห็นกำไร
อย่าเข้าสู่ตลาดโดยไม่มีแผน เราจะต้องมองให้ออกว่าเป้าหมายในระยะสั้นของธุรกิจของเราคืออะไร จะใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ แบ่งเป็นค่าผลิตเท่าไหร่ และค่าการตลาดเท่าไหร่ เพื่อคุมงบไม่ให้บานปลาย รวมถึงการเลือกช่องทางขายที่ใช่สำหรับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจของเราจริง ๆ
3. ค้นหาสูตรที่ใช่และน่าสนใจ
สินค้าของธุรกิจอาหารเสริมจะอยู่รอดได้ถ้ามีคุณภาพที่ดีจริง โดยเราจะเลือกสูตรมาตรฐาน (Standard Formula) ที่ขายดีอยู่แล้วมาปรับโฉมใหม่ หรือจะพัฒนาสูตรเฉพาะ (Unique Formula) ที่ใส่สารสกัดหายากไม่ซ้ำใครมาทำตลาดก็ได้ แต่ทุกอย่างจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
4. เลือกโรงงานผลิตอาหารเสริมที่ให้บริการอย่างมีมาตรฐาน
การมีพาร์ทเนอร์สำหรับธุรกิจอาหารเสริมเป็นโรงงานที่ได้มาตรฐาน จะเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอาหารเสริมของเราเติบโตได้อย่างมั่นคง เช่นที่โรงงานผลิตอาหารเสริม Beyond Lab ของเรา ที่เน้นดูแลแบบครบวงจร (One-Stop Service) ตั้งแต่การค้นหาไอเดีย การพัฒนาสูตร ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สินค้าทุกกล่องที่ออกจากโรงงานคือคุณภาพระดับพรีเมียมที่ลูกค้าไว้วางใจ
5. ปั้นแบรนด์ให้เด่น แพ็กเกจจิงต้องโดน
ในโลกที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าภายในเวลาไม่กี่วินาที การออกแบบแพ็กเกจจิงของแบรนด์จะต้องมีองค์ประกอบที่โดดเด่นชื่อแบรนด์ต้องจำง่าย โลโก้ต้องดูดี และต้องสื่อสารให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของแบรนด์ เพราะความสวยงามที่ดูเป็นมืออาชีพ จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าให้ดูแพง และน่าลองใช้มากขึ้น
6. จัดการเรื่องของ อย. ให้ถูกต้อง
เพราะเรื่องกฎหมายไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทุกตัวจะต้องผ่านการรับรองจาก อย. อย่างถูกต้อง ซึ่งในขั้นตอนนี้ โรงงานผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐานมักจะเป็นผู้ดูแลเดินเรื่องเอกสารให้ทั้งหมด เพื่อให้เราสบายใจว่า ธุรกิจจะเติบโตได้อย่างมั่นคงและถูกกฎหมาย ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องโดนตรวจสอบย้อนหลัง
7. วางแผนการตลาดทุกช่องทาง
แม้ว่าสินค้าของเราจะดีแต่ถ้าไม่มีคนเห็นก็จบ แบรนด์จำเป็นจะต้องมีการวางกลยุทธ์การตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำคอนเทนต์ให้ความรู้ผ่าน TikTok, การยิงโฆษณา Facebook หรือการวางขายใน E-commerce อย่าง Shopee และ Lazada โดยทุกช่องทางจำเป็นจะต้องมีรีวิวที่จริงใจ และการบอกต่อ เพื่อให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือ และการโฆษณาเห็นผลลัพธ์ที่ดี
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับธุรกิจอาหารเสริม
1. มีเงินก้อนแรกไม่มาก แต่อยากทำหลายสูตรพร้อมกัน สามารถทำได้ไหม?
สามารถทำได้ แต่แนะนำให้โฟกัสแค่สูตรเดียวก่อน เพราะการกระจายงบไปหลายโปรดักต์จะทำให้งบการตลาดบานปลายและคุมสต๊อกได้ยาก ดังนั้น การเริ่มต้นให้สินค้าตัวแรกติดตลาดก่อน แล้วค่อยใช้กำไรจากตัวแรกมาขยายไลน์สินค้าใหม่ จะปลอดภัยและยั่งยืนกว่า
2. ระหว่างจ้างโรงงานคิดสูตรใหม่ กับใช้สูตรมาตรฐาน แบบไหนดีกว่ากัน?
ถ้าหากหลักการของแบรนด์เน้นเร็วและประหยัด สูตรมาตรฐานที่ผ่านการทดสอบมาแล้วจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่ถ้าหากต้องการสร้างจุดแข็งที่แตกต่างให้กับแบรนด์ของเรา การพัฒนาสูตรเฉพาะจะช่วยให้ทำการตลาดได้ดี และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ชัดเจนมากกว่า
3. ขั้นตอนการจดทะเบียน อย. ยุ่งยากไหม และต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะขายได้?
ถ้าหากเลือกผลิตสินค้ากับโรงงานที่มีความเป็นมืออาชีพ ทางโรงงานจะมีการจัดการเรื่องของการลงทะเบียนให้ โดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1 – 3 เดือน (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า)
4. เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโรงงานผลิตที่เราเลือก ได้มาตรฐานและจะไม่ทิ้งงาน?
ควรตรวจสอบ 3 อย่างหลัก ๆ คือ มาตรฐาน GMP, HACCP และ ISO ที่โรงงานต้องมี และเช็กผลงานในอดีตของโรงงานว่ามีผลงานอะไรที่โดดเด่นบ้าง และมีการสนับสนุนเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์หรือการให้คำปรึกษาหลังการขายหรือไม่ เพราะโรงงานที่ดีต้องเป็น “เพื่อนคู่คิด” ไม่ใช่แค่ “คนรับจ้างผลิต”
5. ผลิตอาหารเสริมออกมาแล้วกลัวขายไม่ได้เพราะคู่แข่งในตลาดเยอะมาก มีวิธีไหม?
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า อย่าพยายามขายสินค้าให้กับคนทั้งโลก แต่ต้องเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพราะการแก้ปัญหาที่เฉพาะเจาะจง จะทำให้สินค้าโดดเด่นออกมาจากสงครามราคา
Beyondlab ส่งมอบคุณค่าผ่านผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อเริ่มต้นธุรกิจอาหารเสริมอย่างมั่นคง
สำหรับใครที่สนใจจะเปลี่ยนไอเดียที่มีให้กลายเป็นธุรกิจอาหารเสริมจริง ที่โรงงานผลิตอาหารเสริม Beyond Lab พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดที่จะอยู่เคียงข้าง และช่วยเหลือคุณแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยพัฒนาสูตรเฉพาะตัว การดูแลงานออกแบบ จนถึงการจดทะเบียน อย. ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ธุรกิจอาหารเสริมของคุณมีก้าวแรกที่มั่นคง และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันกับเรา
สนใสนใจปรึกษา โรงงานผลิตอาหารเสริม บริษัท OEM
ติดต่อได้ที่ BEYOND LABORATORY
โทร : 063-247-8997
Line : https://line.me/ti/p/~@BeyondLab
Facebook : https://www.facebook.com/BeyondLab1/
